• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
 
ภาพกิจกรรม
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยศิลปากร

                วันที่ 2 มกราคม 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2560 ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี คณาจารย์ ข้าราชการ และนักศึกษา เฝ้าฯ รับเสด็จ

                สำหรับในปีการศึกษา 2560 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก จำนวน 5,756 คน ประกอบด้วย 5 คณะวิชา ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ วิทยาลัยนานาชาติ และบัณฑิตวิทยาลัย รวมทั้งนักศึกษาเข้ารับพระราชทาน “ทุนภูมิพล” จำนวน 28 คน นอกจากนี้ มีผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ได้แก่ นายเอมมานูเอล มาครง ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ, นางจิราภรณ์ อรัณยะนาค ศิลปะดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการอนุรักษ์ศิลปกรรม, นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย และอาจารย์จรินทร์ รอดประเสริฐ ศิลปะดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการออกแบบภายใน เกียรติบัตรศาสตราจารย์เกียรติคุณ ได้แก่ ศาสตราจารย์ปริญญา ตันติสุข และศาสตราจารย์ ดร.เสริม จันทร์ฉาย ประกาศเกียรติคุณรางวัลนักวิจัย นวัตกรรม สร้างสรรค์ดีเด่น ประจำปี 2561 ได้แก่ เภสัชกรหญิง ศาสตราจารย์ ดร.ปราณีต โอปณะโสภิต และ รองศาสตราจารย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช

                โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ความว่า "บัณฑิตทั้งหลายนับว่าเป็นผู้ทรงความรู้ เพราะได้สำเร็จการศึกษาในระดับสูง จนมีความรู้เพียงพอสำหรับจะนำไปใช้ประกอบอาชีพการงาน ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าจึงใคร่จะกล่าวถึงปัจจัยพื้นฐานในการทำงาน ว่านอกเหนือจากความรู้ที่กว้างขวางลึกซึ้งแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะขาดเสียมิได้ ก็คือความคิดที่เป็นระเบียบ เป็นขั้นเป้นตอน เป็นเหตุเป็นผล คนที่มีความคิดตามคุณลักษณะดังกล่าว ย่อมสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทำงานได้อย่างเต็มที่ ตรงข้ามกับคนที่มีความคิดสับสนฟุ้งซ่าน ไม่เป็นระเบียบ ไม่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งแม้จะมีความรู้มากเพียงใด ก็ไม่อาจนำไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ความรู้ที่มีอยู่สูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้มีความรู้สูง จึงควรที่จะพยายามฝึกตนให้เป็นผู้มีความคิดดีมีระเบียบด้วย แต่ละคนจะได้สามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบกิจการงาน ให้สำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติได้ สมภูมิรู้ของบัณฑิต"