• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
 
ภาพกิจกรรม
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล

                วันที่ 2 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังหอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันสมทบ ประจำปีการศึกษา 2561 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รักษาการแทนอธิการบดี กรรมการสภามหาวิทยาลัย รักษาการแทนรองอธิการบดี คณบดี คณาจารย์ เฝ้าฯ รับเสด็จ

                ในปีนี้ สภามหาวิทยาลัยมหิดลมีมติขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน เช่น โครงการพัฒนาเขตนวัตกรรมบริการชุมชนสุขภาพ เพื่อสนับสนุนบริการศาสตร์ทางด้านชีวกรรม ชีวการแพทย์ และสาธารณสุข มีการนำผลงานวิจัยและพัฒนาบนพื้นฐานของวิศวกรรมศาสตร์มาเชื่อมโยงกับบริการทางการแพทย์ ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมและใช้งานได้จริง และขอพระราชทานถวายปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะที่ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีให้กับกองทุนสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาสตรี และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านสาธารณสุขที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

                สำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในระดับปริญญาเอก โท และตรี ทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย รวม 6,420 คน มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 5 คน, รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล 6 คน, เกียรติบัตรศาสตราจารย์เกียรติคุณ 11 คน และศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ 4 คน

                โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาท มีความสำคัญตอนหนึ่งว่า “บัณฑิตทั้งหลายต่างก็ได้อุตสาหะพากเพียรเล่าเรียนมาจนสำเร็จการศึกษา ได้รับปริญญาทั่วกันแล้ว ทั้งได้กล่าวคำปฏิญาณ ว่าจะนำความรู้ไปใช้แต่ในทางที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ คำปฏิญาณนี้มีความสำคัญมาก และชื่อว่าบัณฑิตทุกคนย่อมมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปฏิบัติตามที่กล่าวไว้ให้ได้จริง แต่การจะทำให้ได้ดังนั้น แต่ละคนจะต้องมีความคิดอ่านที่ถูกต้องเที่ยงตรงด้วย ที่กล่าวเช่นนี้เพราะการนำความรู้ไปใช้จะไม่อาจสำเร็จผล แต่ในทางที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ได้เลย หากผู้ใช้ไม่สามารถคิดพิจารณาได้แจ้งชัด ตามเหตุผลจริงว่าสิ่งใดเป็นคุณเป็นประโยชน์สิ่งใดเป็นโทษเสื่อมเสียหาย จึงขอให้บัณฑิตทุกคนตั้งใจพยายามฝึกฝนพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีความคิดอ่านอันเที่ยงตรง ถูกต้อง ไม่เอนเอียงด้วยอคติ และตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ถ้าทำได้แต่ละคนก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และสร้างสรรค์ประโยชน์อันกว้างขวางยั่งยืน ให้แก่ประเทศชาติได้ สมดั่งที่ปรารภปรารถนา”